[Fic] Lose one's hold on : REBIRTH_2
posted on 25 May 2011 23:36 by toptoryparadise in REBIRTHTitle :: Lose one’s hold on : Rebirth
Status :: Chapter 2/?
Author :: kumameaw
Beta-Reader :: Shin-Dragon
Main Fandom :: BIGBANG & 2PM
Main Paring :: Choi Seunghyun x Lee Seunghyun , Nichkhun x Jang Wooyoung , Hwang Chansung x Lee Junho
Genre :: Alternate Universe / Against / Dark Romance
Rate :: PG
Theme song :: Fiction (Orchestra Ver.) – BEAST
Note :: หายไปนานเนาะ น่าตีจริงๆ แง้ อย่าโกรธเค้า เค้าขอโทษ TAT
LOSE ONE’s HOLD ON : REBIRTH
Chapter 2 : Love & Hate
“ม..ไม่จริง..พี่ซึงฮยอน!!!”
ซึงรีวิ่งฝ่าสายฝนออกไปยังมุมโค้งข้างหน้า รถสีขาวคันนั้น รถแข่งของพี่ซึงฮยอน รถที่มันควรจะวิ่งเข้าโค้งแล้วตรงมาหาพวกเขา แต่ไม่เลย มันโดนรถแข่งคันสีแดงชนท้ายเต็มแรง จนชนที่กั้นและร่วงลงไปข้างล่าง
วินาทีเดียวเท่านั้น..
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในหนึ่งวินาที รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งทะยานสู่หุบเหวด้านล่าง
ผู้คนมากมายต่างก็วิ่งตามไปดูเหตุการณ์ รถแข่งทั้งสองคัน ตกกระแทกโขดหิน พื้นดิน โคลน เสียงดังสนั่นยิ่งกว่าเสียงฟ้าและฝน ซึงรีที่กำลังจะถลาลงไปตามทางดินโคลนที่เป็นรอยที่รถร่วงลงไปถูกยุนโฮคว้าเอาไว้ได้ทัน อีซึงฮยอนกำลังร้องไห้แข่งกับสายฝนอย่างบ้าคลั่ง ร่างบางทรุดนั่งลงบนพื้นโดยมีรุ่นพี่กอดปลอบใจอยู่ไม่ห่าง ใช่ว่าชองยุนโฮจะไม่กลัว ตกเหวลงไปแบบนั้น แถมเสียงกระแทกหลายต่อหลายครั้งก็รุนแรงจนน่ากลัว
ซึงรีปล่อยโฮออกมาแบบไม่อายสายตาใคร ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกิดขึ้นในคืนนี้ เขาตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่เป็นห่วงคนที่อยู่ข้างล่าง ยุนโฮรีบลากซึงรีออกมาเพื่อให้ลงไปหาซึงฮยอนด้วยกัน คนที่อยู่ในเหตุการณ์บางคนรีบหนีออกจากพื้นที่นั้น ทุกคนรู้ดีว่าการแข่งครั้งนี้มันผิดกฎหมาย และอุบัติเหตุครั้งนี้ก็เหมือนกับการประกาศว่า มีการแข่งขันรถใต้ดินอยู่ พ่อของซึงฮยอนเอื้ออำนวยด้านสนามก็จริง แต่หากเรื่องแดงขึ้นขนาดนี้ แน่นอนคนที่รอดจากกฎหมายประเทศนี้จะมีเพียงเชวซึงฮยอน นอกนั้นต้องโดนดำเนินการจากทางตำรวจตามระเบียบ จึงไม่มีใครเสี่ยงที่จะอยู่ต่อหรือลงไปดูดำดูดีสองคนที่ประสบอุบัติเหตุนั่นเลย นอกจากซึงรีและยุนโฮ
“ฮึก..พี่ยุนโฮ...บอกผมทีว่ามันไม่จริง..ฮึก”
ซึงรีนั่งร้องไห้ในรถของยุนโฮ ตอนนี้ร่างบางที่เปียกโชกตรงหน้าไม่อยากจะเปิดประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องจริงใดๆ เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างบ้าคลั่ง ยุนโฮทำได้เพียงเอื้อมมือไปกุมมือบางที่สั่นเทาเอาไว้ บีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนัก
“มันเกิดขึ้นแล้วซึงรี แต่เราต้องภาวนา ขอให้ซึงฮยอนเจ็บน้อยที่สุด”
“ฮือ..ผม..อยู่ไม่ได้แน่ๆ..ถ้าพี่ซึงฮยอน..”
“ซึงฮยอนจะไม่เป็นอะไร ซึงรี”
ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่สภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ชองยุนโฮอยากจะกลืนน้ำลายตนเองลงเสียเดี๋ยวนั้น เทมโปที่เคยสง่าและน่าเกรงขามบัดนี้ไม่หลงเหลือสภาพความเป็นรถแข่งเลยแม้แต่น้อย ยุนโฮประคองซึงรีให้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ เสียงรถพยาบาลและหน่อยกู้ภัยดังเข้ามาเรื่อยๆบ่งบอกว่า โลกภายนอกนั้นรับรู้เรื่องราวหายนะคืนนี้แล้ว
อีซึงฮยอนแทบจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตมาประคับประคองตัวเองให้ก้าวไปหาซากพังทลายเบื้องหน้า บางจังหวะการก้าวเดินก็เกือบล้มลงแต่ยังดีที่มีพี่ชายอย่างชองยุนโฮคอยพยุงเอาไว้ไม่ห่าง ถนนเจื่องนองไปด้วยน้ำ และยิ่งเข้าไปใกล้กับเทมโปมากขึ้นเท่าไร น้ำฝนที่ว่าใสกลับขุ่นข้นไปด้วยสีแดงฉาน หัวใจพลันกระตุกวูบเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งที่ยื่นออกมานอกรถ
“พี่ซึงฮยอน!”
“อย่าเข้าไปใกล้นะครับ ปล่อยให้เป็นความดูแลของเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวร่างกายคนเจ็บจะได้รับการกระทบกระเทือนเอานะครับ”
“ซึงรี มารอตรงนี้กับพี่ก่อน ให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานได้สะดวกเถอะ”
“แต่นั่น...นั่นพี่ซึงฮยอน แขนของพี่ซึงฮยอนนะครับ..!!”
ซึงรีพยายามดิ้นจากการเกาะกุมของยุนโฮ แต่เรี่ยวแรงที่เหือดหายไปกับการตกใจแบบไม่ทันตั้งตัวนั้น ไม่สามารถที่จะดิ้นหลุดแล้ววิ่งไปกุมมือที่วางอยู่บนพื้นถนนได้ เทมโปในสภาพที่นอนหงายท้อง ทำให้ร่างของซึงฮยอนถูกนำออกมาจากนอกรถอย่างยากลำบาก เพราะต้องประคับประคองไม่ให้ส่วนใดของร่างกายได้รับการกระทบกระเทือนไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึงรีได้แต่ยืนร้องไห้โดยที่ตนเองทำอะไรไม่ได้เลย
และแล้วเชวซึงฮยอนที่ไม่ได้สติ เลือดท่วมศรีษะจนแทบไม่เห็นผิวหน้าก็ถูกนำออกมาจากซากของเทมโป ซึงรีปราดเข้าไปหาพร้อมทั้งร้องเรียกชื่ออีกคน หวังเพียงว่าคนเจ็บจะได้ยิน อยากจะกอด อยากจะจับมือ แต่ร่างที่นอนอยู่บนเปลปฐมพยาบาลก็ดูคล้ายแก้วที่แตกสลายไปแล้วเรียบร้อย ทำเอาซึงรีต้องพยายามยั้งมือตัวเองไม่ไปแตะแก้วนั้นเพราะกลัวจะพังทลายไปมากกว่านี้ ได้แต่มองเจ้าหน้าที่นำร่างพี่ซึงฮยอนขึ้นรถพยาบาลแล้วตนเองค่อยตามขึ้นไป
“พี่ยุนโฮ เดี๋ยวผมไปกับพี่ซึงฮยอนนะครับ”
“ได้ๆ แล้วพี่จะขับรถตามไป” ยุนโฮมองชื่อโรงพยาบาลที่ติดอยู่ข้างรถแล้วรีบวิ่งไปที่รถตนทันที พร้อมทั้งกดโทรศัพท์หาคนรักที่ตอนนี้รออยู่ที่คอนโด “แจจุง ซึงฮยอนประสบอุบัติเหตุ”
“...................”
“งั้นลงมารอชั้นล่าง อีกสิบนาทีจะไปรับ”
ชายหนุ่มกดวางสายแล้วออกรถด้วยความเร็วบวกกับความร้อนใจ มือหนากำพวงมาลัยแน่น แววตาคมแฝงไปด้วยความหวั่นและไม่มั่นใจไปหมด ยิ่งเห็นสภาพรถและสภาพร่างกายของเชวซึงฮยอนแล้ว เขายิ่งรู้สึกหวาดกลัว ฟันบนและฟันล่างของยุนโฮสั่นกระทบกันดังกึ่กๆจนชายหนุ่มเผลอยกกำปั้นขึ้นมากัดเพื่อระงับเสียงที่น่ารำคาญเอาไว้
พระเจ้า ได้โปรดอย่าเพิ่งพรากชีวิตน้องชายเขาไป...
ขนาดยุนโฮยังรู้สึกแย่ขนาดนี้ เขาไม่อยากนึกถึงอีซึงฮยอนที่ตอนนี้อยู่ข้างกายซึงฮยอนเลย คนคนนั้นนั่นแหละที่กำลังเจ็บปวดเจียนจะตายยิ่งกว่าใครทั้งหมด
พระเจ้า ลูกพรอีกข้อ ได้โปรดอย่าได้พรากสองคนนั้นออกจากกันเลย...
.
.
.
มือขาวซีดที่สั่นเทาสอดประสานกันแน่นวางอยู่บนหน้าตัก กลิ่นโรงพยาบาลตลบอบอวนจนน่าคลื่นไส้ อีซึงฮยอนเกลียดกลิ่นนี้ ไม่ชอบเลย ไม่ชอบตั้งแต่เด็กๆแล้ว โรงพยาบาลมีแต่ความเศร้า ความเจ็บ ความทรมาน เวลาป่วยไข้ ไม่จำเป็นหรือร้ายแรงจริงๆเขาจะไม่มาเฉียดที่แห่งนี้เลย เขาเกลียด..
แต่ตอนนี้ อีซึงฮยอนกลับฝากชีวิตของคนคนหนึ่งไว้ที่นี่ ให้คุณหมอหรือคุณพยาบาลหรือใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในโรงพยาบาลช่วยชีวิตเชวซึงฮยอนให้รอดจากน้ำมือมัจจุราชที ซึงรีจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าหากทีมคุณหมอที่อยู่ในห้องไอซียูยังไม่เปิดประตูออกมา แม้ตอนนี้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะเปียกปอนจนทำให้หนาวแทบตาย มือเลอะเปรอะเปื้อนเลือดของคนรัก เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่จะไปล้างทำความสะอาด เพราะกลัวว่าจะคลาดกับหมอที่อยู่ในห้องอาจจะเปิดประตูมา
สามชั่วโมงก็แล้ว..
สี่ชั่วโมงก็แล้ว...
..ห้าชั่วโมงก็ผ่านไปแล้ว...
ทำไมถึงยังไม่ออกมา จะให้รอไปถึงไหน พี่ซึงฮยอนเจ็บหนักขนาดนั้นเลยหรือ น้ำตาเจ้ากรรมพาลไหลออกมาอีกจนได้
“ซึงรี..”
“พี่แจจุง”
คิมแจจุงที่มานั่งเป็นเพื่อนนานแล้วกระชับเสื้อคลุมของตนที่สละให้น้องคลุมกายที่สั่นสะท้านเข้าไปอีก และในที่สุดคนข้างๆก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งจนได้ แจจุงเข้าใจดีว่าไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าอีซึงฮยอนแล้ว ถ้าขาดคนที่กำลังถูกรักษาอยู่ไป ชีวิตที่น่าสงสารนี้จะไม่เหลืออะไรอีกเลย
“ซึงฮยอนต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่นะ”
ซึงรีโผเข้ากอดแจจุงทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยค เขาเองก็ภาวนาเช่นกัน ภาวนาขอให้พี่ซึงฮยอนต้องไม่เป็นอะไร
ชองยุนโฮเดินกลับมาด้วยสีหน้าคร่ำเครียดหลังจากที่ไปคุยกับพ่อของเชวซึงฮยอนที่ห้องรับแขกของชั้น เขาเดินมาหาแจจุงและซึงรีที่นั่งอยู่หน้าห้องไอซียู ถ่ายทอดทุกคำพูดที่ได้รับมากจากพ่อของเชวซึงฮยอนให้ทั้งสองคนฟัง
“พ่อซึงฮยอนจัดการปิดปากสื่อทุกแขนงแล้ว รวมทั้งติดสินบนตำรวจเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลพ่อมันก็จัดการหมดทุกอย่าง พูดง่ายๆคือคุณอาจัดการหมด เหลือแค่หน้าที่ของหมอที่จะทำให้ซึงฮยอนมันรอด”
“แล้วเรื่องการแข่ง...”
“คุณอาตามใจลูกชายมาแต่ไหนแต่ไร หากซึงฮยอนจะกลับไปแข่งอีก ก็ไม่มีใครห้ามมันได้”
“ใช่ครับ..ฮึก..ไม่มีใครห้ามได้ แม้แต่ผม..ฮึก..ก็ห้ามไม่ได้”
“ซึงรี มันไม่ใช่ความผิดของนาย”
“ถ้าผมหนักแน่นพอ และถ้าตั้งใจห้ามพี่เค้า..ฮึก..พี่ซึงฮยอนก็จะไม่แข่ง..ก็จะไม่เป็นแบบนี้..ฮือออ..”
“ซึงรี..”
ยุนโฮและแจจุงมองคนตัวเล็กที่นั่งร้องไห้สะอื้นอย่างเวทนา
แกร๊ก!!
เสียงประตูห้องไอซียูเปิดออกมา ตามด้วยร่างของชายมีอายุสวมแว่นตาและชุดกาวน์สีขาว ใบหน้าเหี่ยวย่นดูอิดโรยที่ต้องรักษาคนไข้เจ็บหนักในเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง
“พี่ซึงฮยอนเป็นยังไงบ้างครับหมอ!” ซึงรีปราดเข้าไปเขย่าแขนหมอด้วยความลุ้นระทึกกับคำตอบ สายตาเปียกชื้นน้ำตาจดจ้องริมฝีปากคุณหมอไม่กระพริบ
“คนไข้ฟกช้ำภายนอกไม่มากครับ และภายในก็เอ็กซเรย์แล้ว พบเพียงแค่กระดูกซี่โครงด้านซ้ายร้าวไปสองซี่ แต่ที่น่าหนักใจที่สุด คือศรีษะ...”
“ท..ทำไมครับ”
“คนไข้ไม่สวมหมวกกันน็อค ศรีษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง มีเลือดคั่งในสมองแต่ไม่มาก เราได้ทำการผ่าตัดเจาะกะโหลกและรักษาได้ทัน จากนี้ไป..ก็อยู่ที่คนไข้แล้วล่ะครับ เรารักษาสุดความสามารถแล้ว และยังต้องดูอาการในห้องไอซียูต่อสักระยะ”
“แต่ผมอยากเข้าไป..”
“ให้ทางแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญดูแลก่อนดีกว่าครับ ถ้ามีความคืบหน้ายังไงเราจะติดต่อไป เพราะศรีษะคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนแรงจริงๆ ขอตัวนะครับ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ” แจจุงกล่าวพร้อมทั้งโค้งหัวให้ ก่อนจะไปพยุงร่างของซึงรีที่เกือบจะทรุดนั่งลงบนพื้นขึ้นมา
“แจจุงอยู่กับซึงรีไปก่อนนะ ฉันจะไปบอกพ่อของซึงฮยอน”
“อืม”
แจจุงพยุงซึงรีให้มานั่งเก้าอี้ตัวเดิม คนตัวเล็กกว่าตอนนี้นิ่งสนิท มีเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกให้แจจุงรู้เท่านั้นว่าอีซึงฮยอนยังมีชีวิตอยู่ นัยน์ตาเลื่อนลอย ริมฝีปากไม่ขยับเอื้อนเอ่ยใดๆ น้ำตาหยุดไหล นิ่งงัน..
“ซึงรี ถ้ายุนโฮมาถึงกลับบ้านกันนะ อยู่ที่นี่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”
“.............”
“ซึงรี ได้ยินพี่มั้ย? ยุนโฮกำลังเดินมาแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“..............” มีเพียงอาการพยักหน้าน้อยๆเท่านั้น แจจุงถอนใจยาวแล้วพยักหน้าให้ยุนโฮเพื่อสื่อให้รู้ว่า ซึงรีเสียใจมากและยังไม่พร้อมจะพูดอะไรทั้งสิ้นในตอนนี้
ทั้งสามคนเดินห่างจากหน้าห้องไอซียูเงียบๆ แม้จะไม่มีใครขยับปากพูดอะไรแต่ในใจกลับมีเรื่องราวๆต่างๆที่อยากจะพูดออกมา ซึงรีค่อยๆก้าวเดินอย่างเงียบงัน น้ำตามันไม่ไหลสักหยด ราวกับทุกส่วนประสาท เนื้อเยื่อ เส้นเลือดและร่างกายทั้งหมดชาด้าน มันยังทำงานต่อราวกับมีคนมากดปุ่มควบคุม ไม่ได้ทำตามคำสั่งของสมองหรือความต้องการของหัวใจ ยุนโฮก้มมองอย่างสงสาร
ถ้าเชวซึงฮยอนเปรียบได้ดั่งแก้วที่แตกละเอียดไปแล้ว..
อีซึงฮยอนเอง ตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับแก้วร้าวพร้อมที่จะแตกละเอียดตามไปได้ทุกเมื่อ
.
.
.
สนามแข่งรถ Nascar ทีม G.W.
ฟลอริด้า , สหรัฐอเมริกา
รถยนต์สองคันที่ภายนอกดูหรูหราราคาแพงสามารถเอาไปวิ่งบนถนนได้โดยไม่มีใครสงสัย แต่ตัวเครื่องกลับปรับแต่งให้มาวิ่งแข่งกันในสนามแข่งขนาดใหญ่ที่มีทั้งโค้งและทางตรงสลับกันมากมาย กำลังเร่งความเร็วสุดแรงเกิดเพื่อตัดสินแพ้ชนะในทางตรงสุดท้ายก่อนจะเข้าเส้นชัยเกือบจะพร้อมกัน
“ที่หนึ่ง 4.32 นาที”
“แล้วที่สองล่ะ?”
“4:34 นาที”
“เฉียดกันแค่สองวินาทีเองเหรอเนี่ย เหอะ! หมอนั่นเจ็บใจแย่”
ชายหนุ่มสองคนที่ยืนจับเวลาอยู่บนสเตเดี้ยมยืนคุยวิพากษ์วิจารณ์ผลการแข่งขันเมื่อครู่ อีกคนคือชาวเอเชียตัวสูงผิวขาว หน้าตาดี อีกคนถือฝรั่งผมดำชาวอิตาลี หล่อเหลาราวกับเทพบุตรจากเทพนิยายกรีกโบราณ สายตาของทั้งคู่มองไปยังรถสองคันซึ่งตอนนี้เริ่มชะลอความเร็วก่อนจะจอดนิ่งที่ข้างสนามอีกฝั่งไกลลิบ
“ทำไงได้ล่ะ ก็ไม่เคยชนะซะทีเลยนี่หว่า แต่ก็ยังจะท้าแข่งอยู่นั่น แต่งรถแหกกฎมาแทบตายก็เอาชนะ RED Phantom [เรด แฟนท่อม] ไม่ได้อยู่ดี” หนุ่มชาวเอเชียพูดขึ้น
“นายก็รู้นี่ ว่าจางอูยองเกลียดขี้หน้านิชคุณอย่างกับอะไรดี ไอ้เด็กนั่นมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อจะแข่งรถชนะนิชคุณให้ได้” หนุ่มอิตาลีหันกลับมามองฝ่ายตรงข้ามพร้อมทั้งยืนพิงราวเหล็กกั้นอย่างอารมณ์ดี
“แล้วเป็นไง White Rose [ไวท์โรส] ของอูยองก็ไม่เคยจะชนะได้สักที หนึ่งปีแล้วนะ”
“ก็คนมันเกลียดขี้หน้านี่หว่า”
“เด็กหนอเด็ก ลูกคุณหนูก็เงี้ย เอาแต่ใจ และชอบเอาชนะ”
“อย่าไปพูดให้อูยองได้ยินเชียว ถึงแม้จะเด็กหรือคุณหนู แต่ก็เป็นที่สองของสนามมาตลอด อูยองไม่เคยแพ้ใครยกเว้นนิชคุณ นายก็เคยแข่งแล้วนี่”
“เออ มันเก่ง แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ เห็นทีไรแล้วอยากกำราบลงบนเตียงจริงๆ”
“และนี่ก็อย่าไปพูดให้นิชคุณได้ยินเชียว แม้จะโดนอูยองเกลียดขี้หน้า แต่นิชคุณมันก็คิดเสมอว่าอูยองคือเพื่อนรักของมัน หวงอย่างกับอะไรดี”
“เออๆ! แตะไม่ได้เลยว่างั้น”
“ลองแตะดิ่ นิชคุณเอานายตายแน่คิมบอม”
“รู้แล้วน่า มิเอล”
ชายหนุ่มชาวเอเชียที่ชื่อคิมบอมนั่งลงไขว้ห้างวางนาฬิกาจับเวลาลงข้างๆอย่างเซ็งๆที่โดนเพื่อนร่วมทีมดักทางไปเสียหมด มันก็จริงที่นิชคุณมันหวงไอ้เด็กนั่น เทียวไปประกาศปาวๆว่าจางอูยองคือเพื่อนสนิทที่มันรักที่สุดไม่ว่าไอ้ผู้ชายหน้าไหนก็ห้ามยุ่ง แต่ไอ้ท่าทีหยิ่งยโสของคุณหนูเล็กจางอูยองนั่นก็ยั่วยวนชาวบ้านโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวเลย แม้จะดูดื้อรั้นและมีหมาหวงก้างอย่างนิชคุณคอยกันอยู่ก็เถอะ..
“ก็จางอูยองมันดูน่ากินเองนี่หว่า”
คิมบอมพึมพำขึ้นมาเบาๆ แต่มีหรือจะเล็ดลอดจากการฟังของมิเอล ชายหนุ่มส่ายหน้าหัวเราะกับท่าทางหมายมั่นปั้นมืออยากจะกินคุณหนูเล็กจางอูยองของเพื่อน
ทางด้านในสนาม
รถปรับแต่งความเร็ว *Ferrari-FF สีขาว แล่นมาจอดด้านข้างสนามแล้วเบรกลากล้อเสียงดังจนจอดสนิท เจ้าของรถถอดหมวกกันน๊อคออกแล้วเขวี้ยงลงเบาะข้างคนขับ ก่อนจะเปิดประตูรถออกมาด้วยความโมโหสุดกำลัง
“แพ้อีกแล้ว บัดซบ!”
จางอูยอง หรือ อูยอง ยืนสบถอยู่ข้างรถแข่งที่อุตส่าห์ไปแต่งเครื่องใหม่มาอย่างไม่สบอารมณ์ ตาเรียวตวัดไปมองรถ **Lamborghini Murcielago LP 640 สีแดง มันวาวที่แล่นมาจอดต่อท้าย ก่อนเจ้าของรถมันจะก้าวลงมาด้วยรอยยิ้มที่อูยองเกลียดที่สุด
“ผมชนะอีกแล้วนะครับ คุณหนู”
“หยุดเรียกฉันแบบนั้นนะนิชคุณ!!”
“โอเค๊! แต่อย่าลืมล่ะว่าผู้แพ้ต้องทำตามกันที่ตกลงไว้ก่อนแข่ง”
“เหอะ! ก็แค่ค่าอาหารมื้อเย็นบนดาดฟ้าภัตตาคารที่หรูที่สุดในฟลอริด้า คนอย่างฉันมีปัญญาจ่ายอยู่แล้ว”
“ฉันไม่ได้สนว่าจะมีปัญญาจ่ายหรือไม่จ่าย ฉันสนใจแค่...” มือเรียวที่สวมถุงมือหนังไล้ไปตามแก้มกลมๆสีขาวอมชมพูเบา “...คนที่จะไปร่วมโต๊ะกับฉันต่างหาก”
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!”
“ทำไม” นิชคุณไม่เพียงไม่ฟัง เขารีบปราดตัวเข้าไปเบียดร่างจางอูยองจนแผ่นหลังเล็กแนบติดกับตัวรถสีขาวสวยสง่าดั่งเจ้าของ
อูยองใช้มือทั้งสองข้างดันไหล่หนาเอาไว้สุดแรง เขาไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้ เขาเกลียด เขาไม่ชอบขี้หน้า ให้ตายยังไม่ก็ไม่ชอบ! คนคนนี้ชอบทำตัวเอาเปรียบเขาไม่พอ แถมยังชอบยั่วโมโหเขา เอาชื่อเสียงเขามาล้อเล่นว่าเขาเป็นแค่คุณหนูไม่รู้จักโต มันทำให้อูยองทั้งเกลียดและอยากเอาชนะ
“อย่าเอาเรื่องเมื่อปีก่อนมาทำลาย..”
“หุบปาก! ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะยังไงฉันก็เกลียดนาย!”
“ดื้อจังเลยนะ ลูกชายคนเล็กของท่านเอกอัครราชทูต”
“อื้อออ...” อูยองเบี่ยงหน้าหลบคนที่บังอาจจะหอมแก้มเขากลางแดด แม้จะอยู่ข้างสนามที่ปลอดคน แต่ไอ้พวกสอดรู้สอดเห็นมันก็เยอะ นิชคุณมันจงใจแกล้งเขาชัดๆ มันน่าโมโหนักที่ไม่ว่าทำอะไรก็แพ้ผู้ชายคนนี้เสมอ แพ้ตลอดมา
“นายนี่นะ ทั้งๆที่ออกจะน่ารักขนาดนี้”
“หยุดใช้คำบ้าๆนั่นกับฉันนะ! แล้วก็ปล่อยฉันซะที ข้อตกลงไม่ได้บอกเอาไว้ว่าผู้ชนะจะต้องได้กอดผู้แพ้ ปล่อย!”
“หึหึ งั้นแข่งคราวหน้าฉันต้องใส่ข้อตกลงนี้ลงไปด้วยซะแล้ว ไม่เลวๆ”
“นายมัน!!”
นิชคุณยอมคลายอ้อมกอดออกแม้ในใจจะเสียดายแค่ไหนก็ตาม นานๆจะได้มีโอกาสกอดร่างนุ่มนิ่มที่อยู่ในชุดนักแข่งสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ซะที อยากจะกอดต่อให้หนำใจแต่ก็เกรงว่าจะทำให้อูยองโมโหไปมากกว่านี้ เดี๋ยวดินเนอร์สุดหรูคืนนี้ก็ไม่สนุกพอดี
นิชคุณรู้นิสัยจางอูยองดี เด็กมีปัญหา พ่อแม่ร่ำรวยมีหน้ามีตา แต่ไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกชายคนเล็ก ทำให้คุณหนูอย่างจางอูยองที่อยู่ดีๆก็หลงใหลในความเร็วแหกกฏของบ้านกลายเป็นเด็กมีปัญหาที่วันๆขลุกอยู่ที่สนามแข่ง อยู่กับทีม และร้านแต่งรถ และสุดท้ายก็กลายเป็นนักแข่งเต็มตัว แถมยังเป็นมือวางอันดับสองของทีมเสียด้วย
เห็นน่ารักๆแบบนั้นก็ร้ายใช่เล่น
เพราะเป็นคุณหนูมาโดยกำเนิดจางอูยองจึงดูหยิ่งๆ ไม่สุงสิงกับใคร ปากร้าย เป็นไอ้ตัวแสบ ที่ฝรั่งผมทอง ผิวขาวผิวดำอยากจะกำราบนัก รวมทั้งคนไทยอย่างเขาด้วย จะดีแค่ไหนที่จะปราบลูกชายคนเล็กของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ให้ร้องครางกระเส่าอยู่ใต้ร่าง อยากรู้นักว่าไอ้ท่าทางหยิ่งๆที่เห็น เวลานอนบิดเร่าไปมาด้วยแรงพิศวาสที่เขาปรนเปรอให้จะเป็นยังไง
แค่คิดก็หวงแล้ว จากความคิดแบบนี้ ทำให้นิชคุณรู้ว่าคนในทีมหลายคน ก็มีความคิดชั่วๆแบบเขา ดังนั้นเขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ห้ามยุ่งกับจางอูยองของเขาเด็ดขาด!
ไอ้เด็กแสบนั่น พอรู้เรื่องก็เดือดดาลแต่จะทำอะไรได้ เมื่อนิชคุณเอาเรื่องเมื่อหนึ่งปีที่แล้วมาขู่ จางอูยองจึงจำยอมเขาเรื่อยมา จนไปๆมาๆก็แพ้เขาทุกอย่าง
“คืนนี้เจอกันนะคุณหนู ว่าแต่จะไปเองหรือจะให้ขับรถไปรับครับ”
น้ำเสียงยียวนกับคำพูดกวนประสาทนั่นทำให้จางอูยองอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอให้ตายคาที่นัก!
“ฉันจะไปเอง ไม่ต้องสะเออะโผล่หน้าไปที่บ้านฉัน!”
“หึ บ้านคนรวยแบบนั้นฉันก็ไม่อยากไปเหยียบหรอกนะ เว้นเสียแต่...” นิชคุณยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันกับจมูกเล็กๆของอูยอง “...เว้นเสียแต่คุณหนูเล็กจางอูยองจะชวนผมขึ้นห้องนอน นั่นแหละ ฉันถึงอยากไป”
“น..นิชคุณ!!!”
จางอูยองได้แต่ตะโกนด่าไอ้คนที่เดินหนีไปขึ้นรถอย่างเบิกบานใจด้วยความโมโห แล้วก็ต้องรีบถอยหลังจนเกือบล้ม เพราะไอ้บ้านั่นจงใจขับรถมาเฉียดตัวเขาที่ยืนอยู่
เจ็บใจนัก!
“สักวันเถอะ! ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะนายให้ได้ นิชคุณ!!”
TBC.
------------------------------------------
“Red Phantom”
Nichkhun ‘s Car , **Lamborghini Murcielago LP 640
--------------------------------------
“White Rose”
Wooyoung’s Car , *Ferrari-FF
---------------------------------
Talk :: นานๆจะโผล่มา แล้วยังมาเป็นปมปริศนาอะไรเนี่ย 55555+ อยากโอ๋ซึงรีมากให้ตายเถอะ ใครได้อ่านภาคแรกแล้วจะรู้ว่า อีเทมเป็นทุกสิ่งทุกอย่างข้องน้องจริงๆ อิเทมรีบฟื้นขึ้นมาเถอะ ก่อนกูจะขาดใจตาย และอีกซีกโลก ก็อยากจะฟัดลูกท่านทูตเหลือเกิน อรั๊ง! ดื้อด้าน เอาแต่ใจเนี่ยและ ชอบนัก แล้วที่อิพี่คุณคิดก็นะ หวังฟันน้องชัดๆ อิบ้า!
ด้วยความที่มันอยู่แค่ตอนที่สอง มันเลยเอื่อยเฉื่อย และเหมี่ยวก็ไม่รีบด้วย เพราะคู่หลักอีกคู่ก็ยังไม่ออก แอร้ย! เรื่องจะค่อยเป็นค่อยไป และปมอะไรต่างๆนาๆที่มาของแต่ละคนก็จะค่อยๆถูกเฉลยออกมาในรูปแบบต่างๆกันทีละนิดๆนะคะ ไม่รีบแต่อย่างใด แต่ตอนที่สามได้ไปครึ่งตอนละ กร้ากกกกก (อยากให้เป็นฟิครายสัปดาห์จริงๆเชียว)
ว่าด้วยรถที่เอามาประกอบ อาจจะมีการสงสัยกันว่า รถใต้ดินที่กูเห็นเนี่ยมันก็รถทั่วๆไปแล้วเอามาแต่งไม่ใช่เหรอ นั่นมันสนามอีกระดับนึงค่ะ จะเห็นว่า รถที่อูยองกับนิชคุณเอามาแข่งนั้นเป็นรถหรูที่ไม่น่าจะเอามาวิ่งในสนามแข่งเลย แต่ฟิคเรื่องนี้ จงใจจะใช้รถที่มันสามารถเอาไปวิ่งบนถนนหลวงได้ พูดง่ายๆคือหลอกตาตำรวจอเมริกานั่นเอง รถจะเหมือนรถคนรวยทั่วๆไป แต่เครื่องภายในนั้น ถ้าได้ลองปรับแต่ง จากที่เร็วสุดยอดอยู่แล้วก็จะเร็วและรองรับการขับบนพื้นสนามแข่งที่ต่างๆได้ รถสวยแล้วเอามาขับในสนามแบบนี้ เพื่อป้องกันการถลอกและเสียดาย คนขับต้องมีสกิลสูงมากกกกก ซึ่งนักแสดงในเรื่องก็เก่งทุกคนค่ะ(จะเขียนให้มันเก่งอ่ะ ฮ่าๆๆ) และมันแค่เริ่มเรื่อง มันจะต้องมีเหตุผลอื่นๆแน่นอนว่าทำไมถึงเลือกรถแบบนี้มาแข่ง (ซึ่งเหตุผลอื่นขออุบไว้ก่อนนะ รออ่านตอนต่อๆไป) เอาง่ายๆ ทุกคนในเรื่องนี้ก็เอารถธรรมดามาแต่งได้ แต่ไม่ทำเพราะกูรวย ลูกคุณหนู กูจะอวดรถด้วย จะแข่งด้วยนั่นเอง จบข่าว ฮ่าๆๆๆๆ
ส่วนสนามแข่งรถที่ฟลอริด้าที่ขึ้นชื่อและใหญ่ที่สุดในอเมริกาชื่อว่า DAYTONA International Speedway ค่ะ ซึ่งอาจจะเอามาประกอบในฟิคก็ได้นะ แต่ที่คุณกับอูยองขับแข่งกันในตอนนี้เป็นแค่สนามซ้อมของทีมแข่งพวกเขาค่ะ ยังไม่ได้ลงแข่งกับทีมอื่นแบบจริงจัง
แลดูอลังการดีเนอะ ตื่นเต้นมากอ่ะ แต่เอาจริงๆฟิคเรื่องนี้ไม่ได้เน้นแข่งรถอย่างเดียว ความรัก มิตรภาพ ทรยศ ดราม่าอื่นๆเยอะค่ะ ฮ่าๆๆๆ พวกรถ พวกสนามแข่งเป็นองค์ประกอบที่เลือกมาเพื่อให้ฟิคดูใกล้คำว่าสมจริงนิดๆ(ย้ำว่า นิดๆ) จะได้จิ้นง่ายๆเนาะ ฟิคเหมี่ยวเน้นจิ้นง่าย อ่านสบายๆค่ะ
ขอบคุณทุกๆคนที่ยังติดตาม แบบว่าหายไปนานมากกกกกกกกกกก จนน่าเตะจริงๆ แต่คราวนี้จะมาบ่อยๆแล้วค่ะ แต่อาจจะไม่ทุกวัน(แบบนั้นก็ไม่ไหวนะ) จะเห็นได้ว่าตอนนี้อัพฟิคทีสามเรื่องทั้งสองบล็อกเลย(บ้ามาก- -) ยังไงก็ติดตามเรื่องนี้หน่อยนะคะ รับรองมันส์และดราม่าค่ะ อันนี้คอนเฟิร์มด้วยความมั่นใจเลย(หรา???)
ขอบคุณพี่ชินที่มาช่วยโหยหวนในตอนนี้ แม้จะไม่ได้ปรู๊ฟเพราะพี่ชินไม่สบายเราเลยไม่อยากกวน เจอคำผิดโทษเราคนเดียวเลย กร้ากกกกกกกกกก
ขอบคุณที่มาของข้อมูลและรูปรถแต่ละคันจาก Ferrari-FF Wikipedia , Lamborghini Murcielago Wikipedia ค่ะ
ปล.ตอนนี้เครียดกับทีสิสมากที่สุดในโลกกกกกกก กลัวไม่จบ TTATT


