[Fic] Lose one's hold on : REBIRTH_1

posted on 21 Mar 2011 01:38 by toptoryparadise in REBIRTH
.
.
.

 

 
 
Title :: Lose one’s hold on : Rebirth

Status :: Chapter 1/?

Author :: kumameaw

Beta-reader :: Shin-Dragon

Main Fandom :: BIGBANG & 2PM

Main Paring :: Choi Seunghyun x Lee Seunghyun & Nickhun x Jang Wooyoung & Hwang Chansung x Lee Junho

Genre :: Alternate Universe / Against / Dark Romance

Rate :: PG – 18

 

 

 

Note :: ใครอ่านภาคแรก...จะเข้าใจ , ขอโทษที่หายไปนาน โน้ตบุคเค้าหายอ่ะ ทุกอย่างหายหมด แง้

 

 

 

 

 

LOSE ONE’s HOLD ON : REBIRTH

Chapter 1 : Midnight Rain

 

 

 

 

เม็ดฝนตกกระทบกระจกใสบานใหญ่ วิวทิวทัศน์ด้านนอกเป็นสีเทาหม่นหมอง แสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืน บัดนี้ดูเจือจางไปกับละอองฝนที่สาดซัดไปทั่วท้องฟ้า ฝนตกรุนแรงขนาดนี้ เบื้องบนคงกำลังเกรี้ยวกราดเป็นแน่ อากาศภายนอกคงหนาวเหน็บ หากปะทะผิวของใครคงต้องตัวสั่นเทา ผิดกับอากาศภายในห้องคอนโดชั้นบนสุดใจกลางเมืองที่กำลังร้อนระอุเอาชนะอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศและยังเอาชนะอากาศเย็นจัดจากพายุฝนด้านนอก

 

มือขาวบางวางทาบลงบนกระจกใสที่เย็นจัด เมื่ออุณหภูมิตัดกับร่างกายส่งผลให้ขนลุกชันจนต้องครางฮือ ฝ้าสีหม่นโดนลบเลือนเมื่อมีมือหนามาซ้อนทับ วางเบาๆก่อนจะค่อยๆกำแน่นแทรกตามง่ามนิ้วเรียว ถ่ายทอดอุณหภูมิที่ร้อนเร่าลงบนกระจกบานใหญ่ จนชักไม่แน่ใจแล้วว่าตอนนี้กระจกใสทั้งบานอาจจะไม่หลงเหลือความเย็นยะเยือกอยู่เลย

 

 

“อื้อ..”

 

“ซึงรี..อา..”

 

“พ..พี่ซึงฮยอน..กอด..กอดผมอีก..”

 

 

ประโยคที่กระท่อนกระแท่นจนยากที่จะจับใจความ แต่สองร่างกายที่กำลังสอดประสานเป็นจังหวะร้อนกลับฟังและเข้าใจแจ่มชัดทุกคำพูด ความหมายที่สื่อออกมาเป็นคำพูดแผ่วเบา เสียงครางหวาน เสียงครางทุ้มต่ำ ทุกอย่างทั้งหมด มันหมายถึงต่างคนต่างต้องการซึ่งกันและกัน ไม่มีวันพอ..

 

หน้าท้องแบนราบหดเกร็งเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง ความต้องการที่สอดแทรกเข้ามาในร่างกายย้ำลึกเป็นจังหวะเร่าร้อนจนต้องระบายออกมาเป็นเสียงคราง มือหนาที่ตระกองกอดเลื่อนลงต่ำ กอบกุมส่วนอ่อนไหวที่กำลังตื่นตัวอีกครั้งแม้จะถูกปลดปล่อยไปแล้วในก่อนหน้านี้ ขยับไปมาให้สอดคล้องกับจังหวะทางด้านหลัง ใบหน้าขาวชื้นเหงื่อเริ่ดขึ้น น้ำตาปริ่มขอบตาและไหลลงอาบแก้มเนียน ยิ่งอีกฝ่ายที่คุมเกมส์เร่งจังหวะให้รุนแรงขึ้น เร็วยิ่งขึ้น ร่างกายมันบีบรัด ในท้องมันปั่นป่วนจนอยากจะปลดปล่อยตามความต้องการของตน จนในที่สุดเมื่อคนที่ครอบครองร่างกายอยู่ต้องการเข้าถึงฝั่ง ร่างเล็กจึงถูกชักนำตามไป

 

 

“ฮึ่ก!..อื้อ..อื้อ..อ๊า...”

 

 

เสียงหวานหวีดลั่นครั้งสุดท้ายเมื่อถูกอีกคนนำพาถึงปลายทาง ร่างขาวบางอ่อนระทวยพิงลงกับหน้าอกกว้างของอีกฝ่ายที่รอประคองกอด คนตัวสูงค่อยๆถอนร่างกายออกมาก่อนจะช้อนอุ้มร่างเล็กมานอนลงที่เตียงด้วยกัน

 

 

“พี่ซึงฮยอน..”

 

 

ชายหนุ่มได้ยินเสียงเรียกแบบนี้ ชื่อนี้ทุกๆคืน แต่ทุกครั้งจะเจือไปด้วยความรักความโหยหา แต่คืนนี้เชวซึงฮยอนจับได้ถึงความกังวลต่างๆนาๆในชื่อนั้น อาจจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อสามวันที่แล้วทำให้เด็กที่ชื่อเดียวกันกับเขาต้องเก็บมาคิดเป็นกังวล

 

 

 

“ถ้าซึงรีไม่อยากให้พี่แข่ง พี่โทรไปปฏิเสธก็ได้นะ”

 

“...ผม..”

 

 

อีซึงฮยอนซุกหน้าเข้ากับต้นแขนของคนที่นอนเคียงข้าง ความคิดความรู้สึกตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด หนึ่งปีเต็มที่เขากับเชวซึงฮยอนใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุข เป็นเด็กนักศึกษาปีสุดท้ายใกล้จะเรียนจบและจะหางานสุจริตทำด้วยความสามารถของตัวเอง หนึ่งปีเต็มที่เชวซึงฮยอนถอดวิญญาณนักแข่งของตนเองไว้ที่ลัมโบกินี่สีขาวคู่ใจแล้วจอดมันทิ้งไว้ที่บ้านอีกหลัง และหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำไมอีซึงฮยอนจะไม่รู้ ว่าคนที่เขากอดอยู่ตอนนี้กระหายอยากจะแข่งรถใต้ดินแค่ไหน เพราะชื่อเสียงและกิตติศัพท์ของซึงฮยอนและเทมโปมันเลื่องลือจนแม้เวลาจะผ่านไปนานมากแล้วก็ตาม มีนักแข่งหน้าใหม่เข้ามามากแค่ไหน ทุกคนก็ยังจดจำความเร็วปานสายฟ้าของรถแข่งสีขาวที่วิ่งแหวกความมืดมิดเข้าสู่เส้นชัยอย่างเจิดจรัสได้ดี หลายต่อหลายครั้งมีคนเข้ามาท้าทายเจ้าแห่งความเร็วคนนี้ และทุกครั้ง เชวซึงฮยอนจะปฏิเสธไปได้โดยอ้างว่า บิดาผู้เป็นนายทหารใหญ่จะไม่พอใจ และอาจจะไม่เอื้ออำนวยสนามแข่งที่ผิดกฏหมายเหมือนเมื่อก่อน หนักหน่อยพี่ซึงฮยอนก็บอกไปว่าอาจจะโดนตัดพ่อตัดลูกไปเลย

 

 

 

แต่ซึงรีเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว เชวซึงฮยอนกำลังรักษาสัญญาที่เคยมีให้แก่กัน

 

 

สามวันที่แล้ว มีคู่อริเก่าที่เชวซึงฮยอนไม่ค่อยชอบขี้หน้ามาท้าแข่ง โดยมีข้อเสนอว่า ให้เชวซึงฮยอนไปหาตัวเดิมพันคนไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นซึงรี นั่นทำให้แววตาคมกริบวาวโรจน์ทันทีที่ได้ยิน ซึงรีมองเห็นความสับสนในแววตาของคนรัก เขาไม่อยากกลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดอีกครั้ง แต่ทว่าความรู้สึกของเชวซึงฮยอนก็เป็นสิ่งที่ซึงรีแคร์

 

 

 

“พี่จะแข่งก็ได้นะครับ”

 

“แต่พี่ไม่อยากผิดสัญญา”

 

“แต่ตัวเดิมพันไม่ใช่ผม.. เพราะงั้นพี่ไม่ได้ผิดสัญญาหรอก”

 

 

 

ซึงฮยอนถอนหายใจยาวก่อนจะรั้งร่างเปลือยเปล่าเข้าสู่อ้อมกอด แนบริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบา มือหนาลูบไล้แผ่นหลังไปมาราวกับจะกล่อมให้อีกคนนอนหลับฝันดี ซึงรีไม่ได้หลับ แขนเล็กเอื้อมมากอดเขาตอบซุกหน้าลงในอก ในใจเขาเองก็คิดต่างๆนาๆ ทำไมเขาจะไม่ผิดสัญญา หากรับคำท้า นั่นก็เป็นการทำลายสัญญากันแล้วไม่ใช่หรือ แต่ท่าทางอีซึงฮยอนจะดูเขาออกทะลุปรุโปร่ง เขายังมีจิตวิญญาณของนักแข่งรถใต้ดิน ทุกๆคืนเขาโหยหาความท้าทาย โหยหาความเร็ว และคิดถึงรถคู่ใจที่ขับเคลื่อนไปด้วยกันในความมืด เบียดแซงเอาชนะคู่แข่งและเข้าเส้นชัยไปพร้อมๆกัน วันคืนเหล่านั้นซึงฮยอนยังจำได้และอยากหวนกลับไป แต่ทว่าทุกครั้งที่โดนท้าแข่ง ทุกครั้งที่ปฏิเสธไป เขาทำเพียงเพราะปกป้องคนที่เขารัก เชวซึงฮยอนไม่อยากให้ซึงรีต้องตกนรกซ้ำสองจากการพ่ายแพ้ของเขา

 

 

แต่ครั้งนี้...

 

แค่อีกฝ่ายบอกว่า ตัวเดิมพันไม่จำเป็นต้องซึงรี เลือดในกายก็พลันพุ่งพล่าน ทะยานไหลเข้าสู่หัวใจจนบีบรัด และเหมือนเขาได้ยินเสียงร่ำร้องอยากจะประลองความเร็วมาจากที่ไกลๆ และเพียงหลับตาลง เขาก็เห็นตัวเองขับเทมโปวิ่งบนถนน รถแข่งคู่ใจที่สามารถประสานจิตใจหากัน และในภาพนั้น เขากำลังหัวเราะ และยิ้มอย่างมีความสุข

 

 

 

..เขา..ควรทำยังไง?

 

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

มือบางเย็นเฉียบจนคนที่กุมมืออยู่ต้องหันไปมอง ซึงรีไม่ได้มองมาที่เขาแต่กลับมองไปยังถนนเบื้องหน้าด้วยแววตากังวลที่สุด สายฝนที่โปรยปรายอย่างบ้าระห่ำกับเส้นทางการแข่งขันที่คดเคี้ยวลงเขาลาดชัน เชวซึงฮยอนรู้สึกเลือดในกายมันสูบฉีดอยากจะเหยียบคันเร่งแล้วทะยานออกไปใจจะขาด แต่มือที่สั่นน้อยในอุ้งมือเขาตอนนี้กำลังทำให้เขาเป็นกังวลไปด้วย

 

 

“ผมชักอยากจะให้พี่ถอนตัวแล้วล่ะสิ”

 

 

ทั้งสองคนที่นั่งอยู่ในรถลัมโบกินี่สีขาวที่จอดนิ่ง ที่ปัดน้ำฝนกำลังทำงานด้วยความเร่งสูงสุด ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถทำให้ทัศนียภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้นได้เลย

 

 

“แต่เรามาถึงสนามแล้ว”

 

“ผมรู้ รู้ว่ามันเสียศักดิ์ศรีนักแข่งที่จะถอนตัวกลางคัน แต่ผมเป็นห่วง ไม่รู้สิพี่ซึงฮยอน..ผมใจไม่ดีเลย”

 

 

 

ซึงรีพูดพร้อมบีบมือหนาแน่นขึ้นไปอีก แววตาสะท้อนความกังวลต่างๆนาๆออกมาจนซึงฮยอนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมสีดำเบาๆ เขายิ้มให้ซึงรีเพื่อให้คนรักเบาใจ บีบมือให้แน่นขึ้น เพื่อย้ำว่า คืนนี้ ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ซึงรีเพียงยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น แต่แววตาก็ยังคงเดิม

 

 

ซึงฮยอนเคลื่อนรถไปยังกลุ่มผู้คนที่ยืนอยู่ใต้ร่มหลังคาของอาคารพักรถของตำรวจทางหลวงข้างทาง ที่ที่พ่อของเขาใช้อำนาจนิดหน่อยเพื่อให้ตำรวจทางหลวงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ พ่อเขาที่แทบเจอหน้านับครั้งได้มักจะทำตามความต้องการลูกเสมอ ซึงฮยอนจอดรถอีกครั้งและเดินลงไปหาตัวเดิมพันที่เขาจ้างมาแทนซึงรีในคืนนี้ เขาก็ยังคงมีนิสัยเลวทรามแบบเดิมที่ใช้เงินซื้อคนและเล่นกับชีวิตของคนที่จนกว่า เหมือนกับที่ทำกับซึงรีเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกันตรงที่เขาไม่ได้มีใจให้เด็กใจแตกที่เต็มใจเข้าสู่วงการนรกนี่เหมือนที่เขามีใจให้ซึงรี

 

 

“ซึงฮยอน!”

 

“พี่ยุนโฮ” เชวซึงฮยอนแทคมือกับหนุ่มรุ่นพี่ก่อนจะมองหาคนข้างกายที่ปกติแล้วจะต้องตัวติดกันไม่ห่าง

 

“ไม่ต้องมองหาหรอก แจจุงไม่สบาย โดนฝนเมื่อวันก่อนเลยให้นอนอยู่ห้อง”

 

“อ่อครับ ฝากบอกด้วยว่าขอให้ดีขึ้นเร็วๆนะครับ งั้นผมฝากซึงรีให้รออยู่กับพี่นะ”

 

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา รู้มั้ยฉันตกใจมากแค่ไหนที่รู้ว่าแกตัดสินใจลงแข่ง ทำไมวะ?”

 

“พี่น่าจะรู้ ว่าผมหยุดแข่งรถไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาผมทำเพื่อซึงรี ผมรักษาสัญญา”

 

“แล้วตอนนี้?”

 

“ผมกำลังผิดสัญญา แต่ผมรับปากซึงรีแล้วว่าผมจะรับคำท้ากับคนที่ไม่ได้เรียกร้องข้อเสนอให้ซึงรีเป็นตัวเดิมพัน และหากมีอะไรเกิดขึ้นผมรับปากเขาแล้วว่าจะหยุด”

 

 

 

ชองยุนโฮมองหน้ารุ่นน้องของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่นึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วจะทำให้ผู้ชายที่เห็นชีวิตคนเป็นของเล่น เห็นสิ่งผิดกฎหมายเป็นเรื่องสนุกอย่างเชวซึงฮยอนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

 

 

“แล้วได้ข่าวว่าเอาเทมโปไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านตั้งนาน และเอารถเก๋งธรรมดามาขับเหรอวะ แล้วแบบนี้จะชินมือชินเท้ามั้ยเนี่ย”

 

“ผมลองเอามาขับแล้วเมื่อวานและปรับแต่งให้เข้ากับสนามที่มีแต่โค้งหักศอกแล้วพี่ อีกอย่าง..”  ซึงฮยอนเดินไปใกล้ๆรถคู่ใจ วางมือลงบนหลังคารถก่อนจะลูบเทมโปเบาๆ “..ผมกับเทมโปมีจิตวิญญาณนักแข่งเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ลงสนามด้วยกันเป็นสิบปี แต่เราก็เข้ากันได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน”

 

 

เชวซึงฮยอนยิ้มมุมปากและยักคิ้วให้รุ่นพี่จนยุนโฮรู้สึกหมั่นไส้ รุ่นน้องเขาคนนี้มันเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ทั้งในฝีมือและหน้าตาอันหล่อเหลาของมัน แต่มันจะมาเก๊กหล่อใส่คนโน้นคนนี้ไปทั่วทำไมมิทราบ ในเมื่อตัวมันเองก็มีคนรักอยู่แล้ว และเขาเองก็มีคนรักแล้วเหมือนกัน

 

ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะพูดคุยกันต่อ ฝ่ายตรงข้ามก็เรียกซึงฮยอนและตัวเดิมพันของเขาให้เดินไปพูดคุยถึงการแข่งขันท่ามกลางสายฝนในคืนนี้ ซึงรีเดินลงจากรถมาทักทายยุนโฮ ร่างเล็กพยายามไม่สนใจสายตาคนอื่นๆที่มองเขาอย่างโลมเลีย ไม่ต้องสาธยายก็รู้ว่าทุกคนในที่นี้อยากจะลิ้มลองตัวเขาแค่ไหน และเกือบทุกคนที่ซึงรีเห็นในคืนนี้ต่างก็เคยไปท้าแข่งกับพี่ซึงฮยอนโดยให้เขาเป็นตัวเดิมพันกันทั้งนั้น

 

 

สิ่งที่ซึงรีพุ่งความสนใจไปหาคือความมืดมิดเบื้องหน้า สายฝนยามค่ำคืนมันทำให้มองอะไรได้ไม่ชัดเลย แล้วเส้นทางที่ต้องแข่งคือขับลงเขาแล้ววนขึ้นมาอีกครั้งยังจุดสตาร์ทหรือเส้นชัยในที่เดียวกัน ถนนที่เปียกลื่น ละอองฝนจากพื้นดินที่สะท้อนกลับจากการตกกระทบจากสายฝนบนฟ้า มันอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แม้พี่ซึงฮยอนบอกว่าจะเคยแข่งแบบนี้และชนะมาแล้วก่อนหน้าที่จะเจอกับซึงรี แต่เขาก็อดหวั่นใจไม่ได้จริงๆ

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงนะซึงรี ซึงฮยอนมันเก่งอยู่แล้วนายก็รู้”

 

“แต่ว่า...”

 

“เชื่อใจมัน อย่างทุกครั้งที่ผ่านมา”

 

“......ครับ..”

 

 

ซึงรีรับคำและหันไปมองคนรักของตนที่กำลังก้าวขึ้นรถคู่ใจ เวลาพี่ซึงฮยอนกับเทมโปอยู่ด้วยกันทั้งคู่มักจะดูดีและโดดเด่นเสมอ แววตาตื่นเต้นของพี่ซึงฮยอนที่ได้แข่งรถร่วมกับเทมโปซึงรีเห็นแล้วก็อดต่อว่าตนเองไม่ได้กับการที่เขาก้าวเข้าไปในชีวิตพี่ซึงฮยอนมันทำให้อีกคนต้องยอมเสียสละสิ่งที่ตนเองรักเพื่อเขาขนาดนี้ เพราะฉะนั้นจากนี้ต่อไปซึงรีจะไม่ห้ามอะไรอีกและจะเชื่อใจพี่ซึงฮยอนตามที่พี่ยุนโฮบอก

&n