[Fic] Lose one's hold on : REBIRTH_2

posted on 25 May 2011 23:36 by toptoryparadise in REBIRTH
.
 
 
 
.
 
 
 
 
.
 
 
 
 

Title :: Lose one’s hold on : Rebirth

Status :: Chapter 2/?

Author :: kumameaw

Beta-Reader :: Shin-Dragon

Main Fandom :: BIGBANG & 2PM

Main Paring :: Choi Seunghyun x Lee Seunghyun , Nichkhun x Jang Wooyoung , Hwang Chansung x Lee Junho

Genre :: Alternate Universe / Against / Dark Romance

Rate :: PG

Theme song :: Fiction (Orchestra Ver.) – BEAST

 

 

 

Note :: หายไปนานเนาะ น่าตีจริงๆ แง้ อย่าโกรธเค้า เค้าขอโทษ TAT

 

 

  

 

 

 

LOSE ONE’s HOLD ON : REBIRTH

Chapter 2 : Love & Hate

 

 

 

 

 

“ม..ไม่จริง..พี่ซึงฮยอน!!!”

 

 

ซึงรีวิ่งฝ่าสายฝนออกไปยังมุมโค้งข้างหน้า รถสีขาวคันนั้น รถแข่งของพี่ซึงฮยอน รถที่มันควรจะวิ่งเข้าโค้งแล้วตรงมาหาพวกเขา แต่ไม่เลย มันโดนรถแข่งคันสีแดงชนท้ายเต็มแรง จนชนที่กั้นและร่วงลงไปข้างล่าง

 

 

วินาทีเดียวเท่านั้น..

 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในหนึ่งวินาที รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งทะยานสู่หุบเหวด้านล่าง

 

 

 

ผู้คนมากมายต่างก็วิ่งตามไปดูเหตุการณ์ รถแข่งทั้งสองคัน ตกกระแทกโขดหิน พื้นดิน โคลน เสียงดังสนั่นยิ่งกว่าเสียงฟ้าและฝน ซึงรีที่กำลังจะถลาลงไปตามทางดินโคลนที่เป็นรอยที่รถร่วงลงไปถูกยุนโฮคว้าเอาไว้ได้ทัน อีซึงฮยอนกำลังร้องไห้แข่งกับสายฝนอย่างบ้าคลั่ง ร่างบางทรุดนั่งลงบนพื้นโดยมีรุ่นพี่กอดปลอบใจอยู่ไม่ห่าง ใช่ว่าชองยุนโฮจะไม่กลัว ตกเหวลงไปแบบนั้น แถมเสียงกระแทกหลายต่อหลายครั้งก็รุนแรงจนน่ากลัว

 

ซึงรีปล่อยโฮออกมาแบบไม่อายสายตาใคร ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างต้องเกิดขึ้นในคืนนี้ เขาตั้งตัวไม่ทัน ได้แต่เป็นห่วงคนที่อยู่ข้างล่าง ยุนโฮรีบลากซึงรีออกมาเพื่อให้ลงไปหาซึงฮยอนด้วยกัน คนที่อยู่ในเหตุการณ์บางคนรีบหนีออกจากพื้นที่นั้น ทุกคนรู้ดีว่าการแข่งครั้งนี้มันผิดกฎหมาย และอุบัติเหตุครั้งนี้ก็เหมือนกับการประกาศว่า มีการแข่งขันรถใต้ดินอยู่ พ่อของซึงฮยอนเอื้ออำนวยด้านสนามก็จริง แต่หากเรื่องแดงขึ้นขนาดนี้ แน่นอนคนที่รอดจากกฎหมายประเทศนี้จะมีเพียงเชวซึงฮยอน นอกนั้นต้องโดนดำเนินการจากทางตำรวจตามระเบียบ จึงไม่มีใครเสี่ยงที่จะอยู่ต่อหรือลงไปดูดำดูดีสองคนที่ประสบอุบัติเหตุนั่นเลย นอกจากซึงรีและยุนโฮ

 

 

 

“ฮึก..พี่ยุนโฮ...บอกผมทีว่ามันไม่จริง..ฮึก”

 

 

 

ซึงรีนั่งร้องไห้ในรถของยุนโฮ ตอนนี้ร่างบางที่เปียกโชกตรงหน้าไม่อยากจะเปิดประสาทสัมผัสรับรู้เรื่องจริงใดๆ เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างบ้าคลั่ง ยุนโฮทำได้เพียงเอื้อมมือไปกุมมือบางที่สั่นเทาเอาไว้ บีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายทั้งๆที่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนัก

 

 

 

“มันเกิดขึ้นแล้วซึงรี แต่เราต้องภาวนา ขอให้ซึงฮยอนเจ็บน้อยที่สุด”

 

“ฮือ..ผม..อยู่ไม่ได้แน่ๆ..ถ้าพี่ซึงฮยอน..”

 

“ซึงฮยอนจะไม่เป็นอะไร ซึงรี”

 

 

 

ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่สภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าทำให้ชองยุนโฮอยากจะกลืนน้ำลายตนเองลงเสียเดี๋ยวนั้น เทมโปที่เคยสง่าและน่าเกรงขามบัดนี้ไม่หลงเหลือสภาพความเป็นรถแข่งเลยแม้แต่น้อย ยุนโฮประคองซึงรีให้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ เสียงรถพยาบาลและหน่อยกู้ภัยดังเข้ามาเรื่อยๆบ่งบอกว่า โลกภายนอกนั้นรับรู้เรื่องราวหายนะคืนนี้แล้ว

 

อีซึงฮยอนแทบจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตมาประคับประคองตัวเองให้ก้าวไปหาซากพังทลายเบื้องหน้า บางจังหวะการก้าวเดินก็เกือบล้มลงแต่ยังดีที่มีพี่ชายอย่างชองยุนโฮคอยพยุงเอาไว้ไม่ห่าง ถนนเจื่องนองไปด้วยน้ำ และยิ่งเข้าไปใกล้กับเทมโปมากขึ้นเท่าไร น้ำฝนที่ว่าใสกลับขุ่นข้นไปด้วยสีแดงฉาน หัวใจพลันกระตุกวูบเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งที่ยื่นออกมานอกรถ

 

 

 

“พี่ซึงฮยอน!”

 

“อย่าเข้าไปใกล้นะครับ ปล่อยให้เป็นความดูแลของเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวร่างกายคนเจ็บจะได้รับการกระทบกระเทือนเอานะครับ”

 

“ซึงรี มารอตรงนี้กับพี่ก่อน ให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานได้สะดวกเถอะ”

 

“แต่นั่น...นั่นพี่ซึงฮยอน แขนของพี่ซึงฮยอนนะครับ..!!”

 

 

 

ซึงรีพยายามดิ้นจากการเกาะกุมของยุนโฮ แต่เรี่ยวแรงที่เหือดหายไปกับการตกใจแบบไม่ทันตั้งตัวนั้น ไม่สามารถที่จะดิ้นหลุดแล้ววิ่งไปกุมมือที่วางอยู่บนพื้นถนนได้ เทมโปในสภาพที่นอนหงายท้อง ทำให้ร่างของซึงฮยอนถูกนำออกมาจากนอกรถอย่างยากลำบาก เพราะต้องประคับประคองไม่ให้ส่วนใดของร่างกายได้รับการกระทบกระเทือนไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึงรีได้แต่ยืนร้องไห้โดยที่ตนเองทำอะไรไม่ได้เลย

 

และแล้วเชวซึงฮยอนที่ไม่ได้สติ เลือดท่วมศรีษะจนแทบไม่เห็นผิวหน้าก็ถูกนำออกมาจากซากของเทมโป ซึงรีปราดเข้าไปหาพร้อมทั้งร้องเรียกชื่ออีกคน หวังเพียงว่าคนเจ็บจะได้ยิน อยากจะกอด อยากจะจับมือ แต่ร่างที่นอนอยู่บนเปลปฐมพยาบาลก็ดูคล้ายแก้วที่แตกสลายไปแล้วเรียบร้อย ทำเอาซึงรีต้องพยายามยั้งมือตัวเองไม่ไปแตะแก้วนั้นเพราะกลัวจะพังทลายไปมากกว่านี้ ได้แต่มองเจ้าหน้าที่นำร่างพี่ซึงฮยอนขึ้นรถพยาบาลแล้วตนเองค่อยตามขึ้นไป

 

 

 

“พี่ยุนโฮ เดี๋ยวผมไปกับพี่ซึงฮยอนนะครับ”

 

“ได้ๆ แล้วพี่จะขับรถตามไป”  ยุนโฮมองชื่อโรงพยาบาลที่ติดอยู่ข้างรถแล้วรีบวิ่งไปที่รถตนทันที พร้อมทั้งกดโทรศัพท์หาคนรักที่ตอนนี้รออยู่ที่คอนโด “แจจุง ซึงฮยอนประสบอุบัติเหตุ”

 

“...................”

 

“งั้นลงมารอชั้นล่าง อีกสิบนาทีจะไปรับ”

 

 

 

ชายหนุ่มกดวางสายแล้วออกรถด้วยความเร็วบวกกับความร้อนใจ มือหนากำพวงมาลัยแน่น แววตาคมแฝงไปด้วยความหวั่นและไม่มั่นใจไปหมด ยิ่งเห็นสภาพรถและสภาพร่างกายของเชวซึงฮยอนแล้ว เขายิ่งรู้สึกหวาดกลัว ฟันบนและฟันล่างของยุนโฮสั่นกระทบกันดังกึ่กๆจนชายหนุ่มเผลอยกกำปั้นขึ้นมากัดเพื่อระงับเสียงที่น่ารำคาญเอาไว้

 

 

พระเจ้า ได้โปรดอย่าเพิ่งพรากชีวิตน้องชายเขาไป...

 

 

ขนาดยุนโฮยังรู้สึกแย่ขนาดนี้ เขาไม่อยากนึกถึงอีซึงฮยอนที่ตอนนี้อยู่ข้างกายซึงฮยอนเลย คนคนนั้นนั่นแหละที่กำลังเจ็บปวดเจียนจะตายยิ่งกว่าใครทั้งหมด

 

 

 

พระเจ้า ลูกพรอีกข้อ ได้โปรดอย่าได้พรากสองคนนั้นออกจากกันเลย...

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

มือขาวซีดที่สั่นเทาสอดประสานกันแน่นวางอยู่บนหน้าตัก กลิ่นโรงพยาบาลตลบอบอวนจนน่าคลื่นไส้ อีซึงฮยอนเกลียดกลิ่นนี้ ไม่ชอบเลย ไม่ชอบตั้งแต่เด็กๆแล้ว โรงพยาบาลมีแต่ความเศร้า ความเจ็บ ความทรมาน เวลาป่วยไข้ ไม่จำเป็นหรือร้ายแรงจริงๆเขาจะไม่มาเฉียดที่แห่งนี้เลย เขาเกลียด..

 

แต่ตอนนี้ อีซึงฮยอนกลับฝากชีวิตของคนคนหนึ่งไว้ที่นี่ ให้คุณหมอหรือคุณพยาบาลหรือใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในโรงพยาบาลช่วยชีวิตเชวซึงฮยอนให้รอดจากน้ำมือมัจจุราชที ซึงรีจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าหากทีมคุณหมอที่อยู่ในห้องไอซียูยังไม่เปิดประตูออกมา แม้ตอนนี้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะเปียกปอนจนทำให้หนาวแทบตาย มือเลอะเปรอะเปื้อนเลือดของคนรัก เขาก็ไม่ได้รังเกียจที่จะไปล้างทำความสะอาด เพราะกลัวว่าจะคลาดกับหมอที่อยู่ในห้องอาจจะเปิดประตูมา

 

 

สามชั่วโมงก็แล้ว..

 

สี่ชั่วโมงก็แล้ว...

 

 

..ห้าชั่วโมงก็ผ่านไปแล้ว...

 

 

 

ทำไมถึงยังไม่ออกมา จะให้รอไปถึงไหน พี่ซึงฮยอนเจ็บหนักขนาดนั้นเลยหรือ น้ำตาเจ้ากรรมพาลไหลออกมาอีกจนได้

 

 

 

“ซึงรี..”

 

“พี่แจจุง”

 

 

 

คิมแจจุงที่มานั่งเป็นเพื่อนนานแล้วกระชับเสื้อคลุมของตนที่สละให้น้องคลุมกายที่สั่นสะท้านเข้าไปอีก และในที่สุดคนข้างๆก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้งจนได้ แจจุงเข้าใจดีว่าไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าอีซึงฮยอนแล้ว ถ้าขาดคนที่กำลังถูกรักษาอยู่ไป ชีวิตที่น่าสงสารนี้จะไม่เหลืออะไรอีกเลย

 

 

 

“ซึงฮยอนต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่นะ”

 

 

 

ซึงรีโผเข้ากอดแจจุงทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยค เขาเองก็ภาวนาเช่นกัน ภาวนาขอให้พี่ซึงฮยอนต้องไม่เป็นอะไร

 

 

ชองยุนโฮเดินกลับมาด้วยสีหน้าคร่ำเครียดหลังจากที่ไปคุยกับพ่อของเชวซึงฮยอนที่ห้องรับแขกของชั้น เขาเดินมาหาแจจุงและซึงรีที่นั่งอยู่หน้าห้องไอซียู ถ่ายทอดทุกคำพูดที่ได้รับมากจากพ่อของเชวซึงฮยอนให้ทั้งสองคนฟัง

 

 

 

“พ่อซึงฮยอนจัดการปิดปากสื่อทุกแขนงแล้ว รวมทั้งติดสินบนตำรวจเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลพ่อมันก็จัดการหมดทุกอย่าง พูดง่ายๆคือคุณอาจัดการหมด เหลือแค่หน้าที่ของหมอที่จะทำให้ซึงฮยอนมันรอด”

 

“แล้วเรื่องการแข่ง...”

 

“คุณอาตามใจลูกชายมาแต่ไหนแต่ไร หากซึงฮยอนจะกลับไปแข่งอีก ก็ไม่มีใครห้ามมันได้”

 

“ใช่ครับ..ฮึก..ไม่มีใครห้ามได้ แม้แต่ผม..ฮึก..ก็ห้ามไม่ได้”

 

“ซึงรี มันไม่ใช่ความผิดของนาย”

 

“ถ้าผมหนักแน่นพอ และถ้าตั้งใจห้ามพี่เค้า..ฮึก..พี่ซึงฮยอนก็จะไม่แข่ง..ก็จะไม่เป็นแบบนี้..ฮือออ..”

 

“ซึงรี..”

 

 

 

ยุนโฮและแจจุงมองคนตัวเล็กที่นั่งร้องไห้สะอื้นอย่างเวทนา

 

 

 

แกร๊ก!!

 

 

 

เสียงประตูห้องไอซียูเปิดออกมา ตามด้วยร่างของชายมีอายุสวมแว่นตาและชุดกาวน์สีขาว ใบหน้าเหี่ยวย่นดูอิดโรยที่ต้องรักษาคนไข้เจ็บหนักในเวลาติดต่อกันหลายชั่วโมง

 

 

 

“พี่ซึงฮยอนเป็นยังไงบ้างครับหมอ!”  ซึงรีปราดเข้าไปเขย่าแขนหมอด้วยความลุ้นระทึกกับคำตอบ สายตาเปียกชื้นน้ำตาจดจ้องริมฝีปากคุณหมอไม่กระพริบ

 

“คนไข้ฟกช้ำภายนอกไม่มากครับ และภายในก็เอ็กซเรย์แล้ว พบเพียงแค่กระดูกซี่โครงด้านซ้ายร้าวไปสองซี่ แต่ที่น่าหนักใจที่สุด คือศรีษะ...”

 

“ท..ทำไมครับ”

 

“คนไข้ไม่สวมหมวกกันน็อค ศรีษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง มีเลือดคั่งในสมองแต่ไม่มาก เราได้ทำการผ่าตัดเจาะกะโหลกและรักษาได้ทัน จากนี้ไป..ก็อยู่ที่คนไข้แล้วล่ะครับ เรารักษาสุดความสามารถแล้ว และยังต้องดูอาการในห้องไอซียูต่อสักระยะ”

 

“แต่ผมอยากเข้าไป..”

 

“ให้ทางแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญดูแลก่อนดีกว่าครับ ถ้ามีความคืบหน้ายังไงเราจะติดต่อไป เพราะศรีษะคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนแรงจริงๆ ขอตัวนะครับ”

 

“ขอบคุณครับคุณหมอ”  แจจุงกล่าวพร้อมทั้งโค้งหัวให้ ก่อนจะไปพยุงร่างของซึงรีที่เกือบจะทรุดนั่งลงบนพื้นขึ้นมา

 

“แจจุงอยู่กับซึงรีไปก่อนนะ ฉันจะไปบอกพ่อของซึงฮยอน”

 

“อืม”

 

 

 

แจจุงพยุงซึงรีให้มานั่งเก้าอี้ตัวเดิม คนตัวเล็กกว่าตอนนี้นิ่งสนิท มีเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาที่บ่งบอกให้แจจุงรู้เท่านั้นว่าอีซึงฮยอนยังมีชีวิตอยู่ นัยน์ตาเลื่อนลอย ริมฝีปากไม่ขยับเอื้อนเอ่ยใดๆ น้ำตา